Planking พับเพียบ Levitating โอ๊ยเยอะ !!

posted on 18 Jun 2011 21:19 by twinkle-wonderland in Random
สัญญาไว้ว่าจะมาต่อเอนทรี่โอซาก้า2 แต่ว่าช่วงนี้ดันมีกระแสสามกระแส ที่แรงพอๆกัน คือ
Planking, พับเพียบ และก็ Levitating เลยคิดว่าจะทำเอนทรี่เกี่ยวกับเรื่องนี้สักหน่อย
 
สำหรับ Planking หลายๆคนคงพอจะทราบความเป็นมากันบ้างแล้ว
 
การ Planking ก็คือการนอนคว่ำหน้า แขนแนบลำตัว อาจจะนอนในตำแหน่งที่ร่างกายสัมผัสพื้นผิววัตถุที่นอนน้อยที่สุด
หรือนอนในตำแหน่งผิดปกติ (ถ้าเรานอนในแบบที่มนุษย์ทั่วไปนอนกันไม่ถือว่าเป็น planking??)
หากเล่นที่สาธารณะ หรือเล่นกันเยอะๆ ก็จะได้ความแปลกและฮา สุดท้ายถ่ายรูปเก็บไว้และมาแชร์กันใน social network ค่ะ
 โน๊ต อุดม ก็แพลงกิ้ง
 
ประวัติย่อๆของ Planking เริ่มต้นปี 1997 ในชื่อ Lying Down game โดย Gary Clarkson และ Christian Langdon นิยมกันในย่าน North East England แล้วก็ค่อยๆดังไปทั่วอังกฤษ จากนั้นก็ไปทั่วทุกมุมโลก
คนที่เล่นมีทุกอาชีพ จนมีข่าวว่าพนักงานในองค์กรดัง ทำแล้วก็ถูกไล่ออกจากงาน  เพราะมีนักวิจารณ์สังคมออกมาวิพากษ์ผ่านสื่อว่าเป็นเกมไร้สาระและต่อมาก็มีชาวออสเตรเลียหลายคนเอาเกม Lying Down นี้กลับมาเล่นใหม่ โดยใช้คำว่า “planking” และดังขึ้นมาอีก จนลามมาถึงบ้านเราในที่สุด
 
 
planking ของ จขบ. Foot in mouth
 
อีกรูปๆ ขอบอกว่ารูปนี้เกร็ง!
 
เราว่ามันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ดีนะคะ แต่ก็ต้องใช้วิจรณญาณนิดนึง อย่างตอนเสิชหาข้อมูลเห็นว่ามีพระสงฆ์ทำPlankingด้วย ซึ่งไม่ทราบว่าผิดวินัยหรือเปล่า แล้วที่สำคัญคือต้องใช้ความระมัดระวังในการเล่นด้วยนะคะ
 
แบบนี้ก็อันตรายนะคะFoot in mouth
 
 
ต่อมาก็มีกระแส พับเพียบ เกิดขึ้นโดยคนไทยกลุ่มนึงตั้งคำถามว่าทำไมต้องตามกระแส จึงสร้างสังคมเล็กๆ เพื่อให้แสดงออกแบบไทยๆ ได้แจ้งเกิดบ้าง โดยใช้การพับเพียบมานำเสนอ มี Facebook Fan Page ที่มีชื่อเต็มว่า “พับเพียบไทยแลนด์” http://www.facebook.com/pubpeab ขณะนี้มีคนกคไลค์ประมาณ 100,000คนแล้ว
 
มีสโลแกน ว่า “วันนี้คุณพับเพียบแล้วรึยัง? ไม่อันตราย งามอย่างไทย ผู้ใหญ่รัก
 

 
จขบ. <3 พับเพียบ
 
ในขณะที่ทางฝั่งตะวันตกและประเทศไทยกำลังมีกระแส plankingกับพับเพียบ ในแถบตะวันตกโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นก็มีไสตล์การถ่ายรูปอย่างหนึ่งซึ่งโด่งดังขึ้นมา เรียกว่า Levitating เป็นการถ่ายภาพในขณะที่ร่างกายเรากำลังลอยค้างอยู่บนอากาศ เหมือนเราลอยตัวได้
 
 
คนที่ทำให้เกิดเทรนด์ Levitating คือสาวชาวญี่ปุ่นชื่อว่า นัทสึมิ ฮายาชิ
เธออัพโหลดภาพตัวเธอเอง ในไสตล์Levitating ลงในบล็อคและทวิตเตอร์ทุกวัน
 
 
แรงบันดาลใจในการถ่ายภาพในท่าเลวิเทติ้งเกิดจากสำนวน
 "เท้าที่เหยียบยืนบนผืนดิน แสดงให้เห็นว่าเราต่างก็เป็นคนอย่างแท้จริง"
นัทสึมิไม่อยากจะเป็นเช่นคนธรรมดาคนหนึ่ง
จึงเกิดไอเดียที่จะทำตัวเองให้แตกต่างจากคนทั่วไปโดยการกระโดดขึ้นบนอากาศด้วยท่วงท่าต่าง ๆ
แล้วถ่ายภาพขณะลอยตัวด้วยกล้องชัตเตอร์ความเร็วสูง
 
 
กว่าจะได้ภาพที่เป็นธรรมชาติและสมบูรณ์แบบออกมา 1 ภาพ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เพราะเธอต้องกระโดดประมาณ 60 ครั้งโดยเฉลี่ย กว่าจะได้ช็อตที่ต้องการ และบางภาพก็ต้องกระโดดถึง 300 กว่าครั้ง
 
แถมอีกหน่อย มีการทนกระแสไม่ไหว มาทีเดียว 3
planking+pubpeab+levitating ตลกดี

credit http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A10700501/A10700501.html
 
ทั้งสามกระแสนี้มีทั้งคนที่สนับสนุนและคิดว่าไร้สาระนะคะ ความเห็นส่วนตัวเราว่าถ้าใครจะ planking หรืออะไรไม่ผิดหรอกคะ อย่าทำให้ใครเดือดร้อนก็แล้วกัน เดี๋ยวอีกสักพักกระแสเหล่านี้ก็คงหมดไป ถือว่าเป็นเรื่้องความคิดสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่สนุกสนานแล้วกันนะคะ

 
credit http://thumbsup.in.th/2011/06/pubpeab-trend/
http://yowayowacamera.com/
http://hilight.kapook.com/view/59890
กด F5เบาๆ ทีนึงก่อนก็ดีนะคะ :)
หาก bg ข้างหลังยังไม่เป็นสีเต้าหู้ยี้ น้ำจิ้มMK  = =''
ช่วยกดมันเข้าไปคะ  

 

 
วันนี้จะพาไปเที่ยวโอซาก้า
 แน่นอนว่าไม่มีสารกัมมันตภาพรังสีแน่นอน คอนเฟิร์ม !
 
 
มาเริ่มกันเลยดีว่า ดูซิว่าวันนี้เนโกะแมป แมวน้อยนี้จะพาไปที่ไหนบ้าง
 
 
 
ที่แรก ถ้ามาโอซาก้าแล้วไม่ได้ไปชมก็จะหาว่ามาไม่ถึง
ที่ๆว่านี้ก็คือปราสาทโอซาก้านั่นเองค่ะ
 
 
 
เราจะนั่ง รถราง? รถไฟ? จะเรียกว่าอะไร? หน้าตามันคือรถไฟ แต่มันไม่มีราง Cry
ในป้ายเขียน Road Train รถไฟถนน?? เอาวะ  รถไฟถนน  ก็ได้ (ซับนรกดีแท้)
 
รถไฟนี้จะพานักท่องเที่ยวที่มาชมไปส่งที่ทางเข้าปราสาท (อ ย่ า ง ช้ า ๆ)

 
ราคาก็ไม่แพงค่ะ ผู้ใหญ่ 200 เยน (ประมาณ 74 บาท)

หน้าตารถก็จะเป็นอย่างงี้ จะมีไกด์หน้าตาน่ารักคอยบรรยาย (เป็นภาษาญี่ปุ่น)
ตลอดเวลา -*- ขอโทษด้วยที่ไม่มีภาพปลากรอบ ฮิฮิ
 
 
 
 
ถึงทางเข้าแล้ว อย่างที่บอกว่ารถไฟถนนนั้นวิ่งช้า
คนกระเพาะย่อยเร็วอย่างหนูจะหิวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แวะซื้อทาโกะยากิแปบนึงคะ

 
ระหว่างรอรู้มั๊ยเอ่ยว่าทาโกะยากิ แปลว่าอะไร? :)
ทาโกะ ก็คือปลาหมึก ส่วนยากิก็คือการย่างๆ ปิ้งๆ ประมาณนี้ค่ะ
 
ส่วนประกอบของทาโกะยากิไม่ใด้มีแค่แป้งกับปลาหมึกอย่างเดียวนะคะ
ยังมีขิงแดง แล้วก็คอนยัคคุ (พืชประเภทหัวของญี่ปุ่น)ด้วย
 
 
 
จริงๆทาโกยากิถูกดัดแปลงมาจากขนมชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “อากาชิยากิ”
เหยยย รูปร่างหน้าตาประหนึ่งขนมครกบ้านเรา Foot in mouth
 
via http://oriental-beauty.sblo.jp
 
 
ซื้อมาเรียบร้อยแล้ว ... ดูๆไปก็คล้ายขนมครกกลมๆ ไหม้ๆ (นังเด็กนี่Cry)

 
 
 
 
 
เมื่อท้องอิ่มก็กลับโรงแรม..
.
.
.
ไม่ใช่ !!!!
 
 
 
 
 
 
 
ก็เดินเข้าไปดูปราสาทสิ Cry

ตรงทางเข้าจะมีบ่อน้ำเล็กๆ ไว้ให้ล้างหน้า ล้างมือ หรืออะไรสักอย่าง
ตามความรู้ภาษาญี่ปุ่นอันน้อยนิดของข้าพฯ
 
 
 
และแล้วก็มาถึงสิ่งที่เราลอยคอ รอคอย
 
ปราสาทโอซาก้า ค่า~
 
ปราสาทนี้สร้างขึ้นในบริเวณที่เคยเป็นวัด Osaka Hongan-ji เมื่อปีค.ศ.1583
 โดย